รับทำ SEO ราคาถูก บริการ SEO fanpage โปรโมตเว็บไซต์ ติดอันดับ google

Rss

ราคา package ของ seofrontpages

 

pro copy1111
หากต้องการจะทำ SEO หรือมีข้อสงสัยกรุณาโทรสอบถาม
Tel:083-9866369  Line:seofrontpage
Email:seofrontpage@yahoo.com

Search Engine Optimization (SEO)

Search Engine Optimization (SEO) มีหลายคนเคยถามว่าทำอย่างไรให้ Search Engine ค้นเจอเว็บไซต์ของเรา? ทำอย่างไรให้เว็บเราติดอันดับสูงๆ ใน Search Engine? ซึ่งคำตอบของผมก็คือ “ทำ Search Engine Optimization ให้กับเว็บไซต์ของเราครับ”

ทุกวันนี้การค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะตอบทุกความต้องการด้านข้อมูลให้กับเราได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ้ง Search Engine นั้น นับวันยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น โดย Google มีสถิติผู้ใช้งานมากกว่า 250 ล้านครั้งต่อวัน เลยทีเดียว

จะดีแค่ไหน หากเราสามารถทำให้เว็บไซต์ของเราให้สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ทั้งหมด โดยการทำ Search Engine Optimization

ซึ่ง SEO เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้มีอันดับที่ดีในการแสดงผลการค้นหานั้น เราควรจะทราบก่อนว่า Search Engine ถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานสำคัญในการดำเนินการด้าน SEO เลยก็ว่าได้เพราะหากเราเข้าใจในเรื่องพื้นฐาน และประเภทของ Search Engine ที่มีอยู่มากมายได้มากเท่าไหร่ เรายิ่งสามารถทำการตลาดให้กับสินค้า หรือบริการของเราได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

Search Engine คือ เครื่องมือที่จะช่วยคุณค้นหาข้อมูลออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต ที่ทุกๆคนสามารถเข้าไปใช้งานเพื่อค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรี ในทุกๆสถานที่ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ โดยหากเราต้องการค้นหาข้อมูลเราก็เพียงแค่กรอกคำที่เราต้องการจะค้นหา(คีย์เวิร์ด) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการค้นหาลงในช่องคำค้นหา(Search Box) เพียงเท่านี้ข้อมูลที่เราต้องการค้นหาที่เกี่ยวกับคำค้นนั้นๆ ก็จะแสดงเป็นผลการค้นหาแบบเรียงอันดับ(Search Results) บนหน้าจอของเราทันที

โดยการค้นหาแต่ละครั้ง เราสามารถระบุตำแหน่งการค้นหาแบบอ้างอิง โดยไม่มีการสลับตำแหน่งของ คีย์เวิร์ด phrase ได้อีกตามที่เราต้องการเพื่อใช้ในการอ้างอิงผลการค้นหาของคำนั้นๆ เพราะหากเราสลับตำแหน่งของพยางค์ เช่น “โปรโมท เว็บไซต์”กับ “เว็บไซต์ โปรโมท” ผลการค้นหาก็จะแสดง Results แต่งต่างกันทันที

ผลการค้นหา หรือ Results ที่แสดงออกมา จะถูกจัดเรียงอันดับตามหลักการประมวลผลและการจัดอันดับ ซึ่ง Search Engine แต่ละเจ้า ก็จะมีระบบประมวลผลต่างกันไป

เอสอีโอ (seo)

เอสอีโอ (seo)
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา

การทำให้เหมาะที่สุดสำหรับโปรแกรมค้นหา[1] หรือ เอสอีโอ (อังกฤษ: search engine optimization: SEO) เป็นการจัดทำ ปรับปรุงเว็บไซต์หรือเว็บเพจ เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิน ด้วยวิธีการธรรมชาติหรือที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย [2] ซึ่งผ่านทางเป้าหมายของคำค้นหาที่ต้องการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การทำการตลาดผ่านระบบค้นหา หรือ search engine marketing (SEM)

เอสอีโอนั้นเป็นช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ โดยการทำความเข้าใจว่าขั้นตอนวิธีของเสิร์ชเอนจินนั้นทำงานอย่างไร และคำ ๆ ไหนที่ผู้เยี่ยมชมต้องการค้นหา” เพื่อช่วยเลือกหน้าเว็บที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้ค้นหา
เทคนิค

เอสอีโอเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่าง ๆ เพื่อทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในเรื่องของผลลัพธ์การค้นหาด้วยคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) โดยเน้นให้ผลของคำที่ค้นหา ปรากฏอยู่ในส่วนของ “ผลการค้นหาธรรมชาติ” (natural search result หรือ organic search result) ซึ่งโดยทั่วไปจะแสดงในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน เวลาที่คนเข้ามาค้นหาในเว็บเสิร์ชเอนจิน เช่นที่ กูเกิล ยาฮู หรือ บิง ด้วยคำสำคัญที่ต้องการค้นหาแล้ว จะปรากฏลิงก์ของเว็บไซต์เพื่อทำให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหา

การทำเอสอีโอนั้นจะประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก ๆ คือ ปัจจัยภายใน (SEO onpage) และ ปัจจัยภายนอก (SEO offpage) ในส่วนของการปรับแต่งภายในนั้น ก็คือทุก ๆ อย่างที่เราสามารถควบคุมจัดการเองได้ภายในเว็บไซต์ของเรา เช่น การปรับแต่งหัวเรื่องของเว็บเพจ การปรับปรุง-เพิ่มคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ในหน้าเว็บไซต์ การจัดการโครงสร้างภายในของเว็บไซต์ และการใช้ meta tag เป็นต้น (แต่ในปัจจุบันเว็บเสิร์ชเอนจินเริ่มให้ความสำคัญ meta tag น้อยลงแล้ว (แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่) โดยเฉพาะ meta keyword[3]) ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยภายนอกคือการจัดการภายนอกเว็บไซต์ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วก็คือ การหาเว็บไซต์ที่สามารถเชื่อมโยงหรือลิงก์เข้ามาสู่เว็บไซต์ที่เราต้องการจัดทำเอสอีโอ

การสร้างเว็บเพจโดยการใช้เทคนิคเอสอีโอนั้น ไม่ได้หมายถึงการสร้างเนื้อหาที่เป็นที่ชื่นชอบต่อเสิร์ชเอนจินเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผู้เยี่ยมชม ซึ่งวิธีการทำเอสอีโอนั้น อาจจะมีการเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโค้ดของเว็บไซต์, การนำเสนอ, โครงสร้างของเว็บไซต์ และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของการทำเอสอีโอ ก็คือเนื้อหาที่มีประโยชน์ และจะต้องเป็นเนื้อหาต้นฉบับที่ไม่ได้ทำการคัดลอกหรือลอกเลียนมาจากเว็บไซต์อื่นใด

เราสามารถใช้โปรแกรมตรวจสอบอันดับในกูเกิ้ล (Google) ได้หลายโปรแกรม 1 ในโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายคือ โปรแกรม Free Monitor for Google สามารถหา Keyword ได้หลาย Keyword พร้อมๆกัน

อ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD

ทำไมเราจึงต้องทำ Search Engine Optimization กับเว็บไซต์ของเรา?

หากเราจะค้นหาข้อมูลอะไรสักอย่างบนอินเทอร์เน็ต เราคงต้องนึกถึง Search Engine หรือ เครื่องมือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต มาก่อนเป็นอันดับแรก

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Search Engine แบบที่นิยมใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งอันดับแรกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ google.com, Yahoo.com, และ MSN.com ตามลำดับ

โดยส่วนใหญ่ ระบบฐานข้อมูลของเครื่องมือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตชื่อดังระดับโลกที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้ง 3 แห่ง อย่าง Google.com, Yahoo.com, MSN..com จะครอบคลุมเนื้อหาหรือเว็บไซต์ ทั้งหมด ที่ปรากฏอยู่บนอินเทอร์เน็ตได้มากสูงสุดถึง 90% เลยทีเดียว

ซึ่งปัจจุบันนับว่าเป็นสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงบนโลกอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนอินเทอร์เน็ตได้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อโฆษณาอื่นๆ เช่นป้ายโฆษณา(Banner), จดหมายอิเล็กทรอนิกส์(E-mail) และสื่อ Offline อย่างวิทยุ โทรทัศน์ และป้ายโฆษณาริมทางด่วน เมื่อเปรียบเทียบเพียงการแสดงผล และจำนวนของผู้ที่จะได้เห็นป้ายโฆษณาเหล่านั้น Search Engine กลับมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัว และที่สำคัญเราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องจ้างบุคลากรในการดูแลเพิ่มเติม ไม่เพียงเท่านี้ Search Engine ยังรองรับกับทุกระดับงบประมาณที่เราตั้งไว้ในการทำตลาดออนไลน์ของเราอีกด้วย

นั้นก็แสดงว่า เว็บไซต์ต่างๆหรือธุรกิจออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต หากต้องการที่จะเพิ่มช่องทางกาตลาดบนอินเทอร์เน็ต อยากจะเพิ่มยอกขาย อยากจะเพิ่มอัตราเข้าชมของเว็บไซต์(Drive Traffic) เราก็ควรจะต้องทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับอยู่ใน 10 อันดับแรก(TOP 10 Ranking) ของการแสดงผลการค้นหา(Page Results) ในทุกครั้งที่มีการค้นหาคำจากคีย์เวิร์ดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเว็บไซต์เรา

ดังนั้นการทำ SEO นั้น จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก สำหรับเว็บไซต์ที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เพราะประชากรออนไลน์จากทั่วโลกที่มีจำนวนมากมายมหาศาลนี้ จะสามารถเข้าถึง และรู้จักเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากขึ้นและนอกจากนั้น เรายังสามารถแน่ใจได้ว่าเว็บของเราคุ่มค่ากับทุกๆการลงทุนในการทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินการด้าน SEO เพราะเราสามารถติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินการทุกขั้นตอนได้อย่างชัดเจน สุดท้ายเราก็จะได้รับผลตอบแทนระยะยาวในอนาคต

ประเภทของ Search Engine และหลักการทำงาน

โดยส่วนใหญ่แล้ว จะอ้างอิงตามลักษณะการทำงาน ซึ่งสามารถแบ่งได้ ดังนี้

1.แบบอาศัยการจัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก Crawler-Based Search Engine

Crawler-Based Search Engine คือ เครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต แบบอาศัยการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเองเป็นหลัก ถือได้ว่าเป็น Search Engine ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยให้ความแม่นยำสูงและมีการประมวลผลการค้นหาที่รวดเร็ว

โดยหลักการทำงานจะอาศัยองค์ประกอบหลักๆอยู่ 2 ส่วน คือ

1). ฐานข้อมูลของตนเองที่มีระบบการประมวลผลและจัดอันดับการค้นหา

2). ระบบซอฟท์แวร์ ที่จะอาศัยโปรแกรมตัวเล็กๆ ของ Search Engine นั้นๆ โดยใช้การเก็บหรือสำเนาข้อมูลหน้าเพจใหม่ๆ ซึ่งโดยทั่วไปมักเรียกว่า Web Crawler หรือ Spider หรือ Search Engine Robots หรือในภาษาไทยเรียกกันง่ายๆ ว่า “แมงมุม”

……………………………………………………………………………………………

Search Engine Spider แต่ละแห่งจะมีประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลต่างกัน ควรระวังและหลีกเลี่ยงในเรื่องของเว็บไซต์ที่ต้องการดึงข้อมูลของเนื้อหาจาก Database แบบ Dynamic Page ซึ่งจะทำให้แมงมุม ทำการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ได้ไม่ทั่วถึง

แมงมุมที่ว่านี้จะคืบคลาน(Claw) ไปในทุกๆเว็บไซต์ที่มันตรวจพบ โดยจะเน้นการมองหาเนื้อหาใหม่ๆ เว็บไซต์ใหม่ๆ หรือหน้าเพจเดิมที่มีการปรับปรุงเนื้อหา(Update Content)

ซึ่งการเก็บข้อมูลนี้จะอาศัยหลักการ “ไต่” ไปตามลิงค์ต่างๆของหน้าเพจที่กำลังทำการตรวจสอบอยู่และจะทำการ “สำเนาข้อมูล” ของหน้าเพจนั้นๆทั้งหมด ยกเว้นเอกสารตระกูล FLASH เช่น .swf แล้วจึงส่งข้อมูลที่ copy แล้วกลับไปยัง Server ต้นทางของตนเอง เพื่อทำการบันทึก(Page Index) ลงสู่ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Search Engine Index Server) ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เราทำการค้นหาสิ่งที่เราต้องการ Search Engine Server จะเริ่มทำการประมวลผลจากฐานข้อมูลของตนเองที่ถืออยู่และแสดงผลการค้นหาออกมา

Search Engine Index Server ของ Google นั้นใช้ระบบปฏิบัติการของ Linux ทั้งระบบ ซึ่งจำนวน Server ที่ Google มีอยู่ตอนนี้ คือ 300,000 เครื่องทั่วโลก โดยใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปทั้งสิ้นตอนนี้ มากกว่า 5 ล้าน Terabyte ไปแล้ว

2. แบบสารบัญเว็บไซต์ Web Directory

          Web Directory หรือ เว็บไดเร็คทอรี่ หรือที่คนไทยเรียกว่า “สารบัญเว็บไซต์” นั่นเอง ซึ่งในรูปแบบนี้จะอาศัยหลักการง่ายๆเหมือนสมุดหน้าเหลือง ที่เนื้อหาแยกเป็นหมวดหมู่ และจัดทำดัชนีไว้แล้วอย่างเป็นระเบียบชัดเจน

ข้อดีคือ เราสามารถเข้าไปดูข้อมูลของเว็บไซต์ทั้งหมดที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกัน และสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ ได้เลย

สำหรับการโปรโมทเว็บวิธีง่ายๆโดยไม่ต้องอาศัยเทคนิคอะไรเลย แค่เริ่มที่ขั้นตอนการลงทะเบียนเว็บไซต์ของเราลงสู่ระบบ ซึ่งเราต้องกรอกรายละเอียดของเว็บไซต์ของเรา เช่น ชื่อเว็บไซต์, URL, รายละเอียดอย่างย่อ, หมวดหมู่ของเว็บไซต์ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของเรา คำค้นที่เราต้องการ

จากนั้นข้อมูลการลงทะเบียนของเว็บไซต์ของเราก็จะถูกส่งไปยังผู้ดูแลของสารบัญเว็บไซต์นั้นๆ หรือเรียกว่า Editor ซึ่งหากเรากรอกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน และเลือกหมวดหมู่ที่ถูกต้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์แล้ว ทางผู้ดูแลก็จะอนุมัติข้อมูลการลงทะเบียนนั้น ลงสู่ฐานข้อมูลของสารบัญเว็บไซต์ให้

ต่อมาไปดูในส่วนของผู้ใช้งานสารบัญเว็บไซต์กันบ้าง ซึ่งธรรมชาติของ สารบัญเว็บไซต์จะจัดแยกเว็บต่างๆ ไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ให้ถูกต้องมากที่สุด โดยจะแยกหมวดใหญ่ออกมาก่อน จากนั้นจึงค่อยแยกย่อยเป็นหมวดเล็กๆน้อยๆออกไปเรื่อยๆ

สารบัญเว็บไซต์นั้น จะเน้นเรื่องความถูกต้องของหมวดหมู่ เว็บไซต์ต่างๆให้มากที่สุด ทั้งในส่วนของผู้ลงทะเบียนเว็บไซต์ ที่ต้องเลือกหมวดหมู่ที่ตรงกับเนื้อหาของเว็บไซต์ตน ให้ถูกต้อง และ Editor ที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องอีกทีหนึ่งและยังต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมหมวดหมู่เว็บไซต์ใหม่ๆตลอดเวลา

…………………………………………………………………………………….

3.แบบอ้างอิงใน “ชุดคำสั่งเมตะ” Meta Search Engine

          ก่อนจะรู้จักกับ Search Engine ประเภทนี้ เราคงต้องมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งชุดคำสั่งที่มักจะอยู่ใน Code HTML ตามหน้าเพจต่างๆกันก่อน ซึ่งก็คือ “ชุดคำสั่ง Meta Tag” นั่งเอง

Meta Tag คือชุดแท็กคำสั่งที่ใช้สำหรับการประกาศข้อมูลสำคัญต่างๆของเอกสารหน้าเพจนั้นๆ เช่น ชื่อผู้พัฒนา, เจ้าของเว็บไซต์, คีย์เวิร์ด, คำอธิบายย่อของเว็บไซต์โดยจะปรากฏในส่วนหัวของเอกสารเว็บ (Head Section) มีหน้าที่แจ้งข้อมูลสำคัญๆ ให้กับ Search Engine Robots ได้ทราบ

Search Engine ประเภทนี้ จะไม่มีระบบฐานข้อมูลของตนเอง แต่จะอาศัยข้อมูลจาก Search Engine Index Server จากที่อื่นหลายๆที่ นำเอามาประมวลผลร่วมกัน ทำให้เกิดผลการค้นหาที่หลากหลาย แต่ในทางตรงกันข้าม ผลการค้นหาที่หลากหลายเหล่านั้น มักได้ผลลัพธ์ออกมาไม่เที่ยงตรงเท่าทีควร เนื่องจากยังต้องอาศัยข้อมูลจาก Search Enginr Index Server จากที่อื่นหลายๆที่มารวมกัน

ฉะนั้น ชุดคำสั่ง Meta Tag จึงจำเป็นมากสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการทำ Ranking สูงๆ กับ Meta Search Engine โดยเฉพาะ

seofrontpages